ขนมหวาน

วันศุกร์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2556

ขนมเม็ดขนุน




วิธีทำขนมเม็ดขนุน

ส่วนผสม


1. ไข่เป็ด   20 ฟอง
2. น้ำเชื่อม น้ำตาลทราย  4 ถ้วยตวง
3. น้ำลอยดอกมะลิ 4 ถ้วยตวง
4. ไส้ถั่วเขียวดิบ  500 กรัม
5. น้ำตาลทราย  3 ถ้วยตวง
6.  กะทิ   2 ถ้วยตวง
7.  มะพร้าวขูดขาว 1  ถ้วยตวง 

วุ้นมะพร้าว






วิธีทำวุ้นมะพร้าว


วุ้นมะพร้าวอ่อน ที่อร่อย จะหวานไม่มาก หอมน้ำมะพร้าว ยิ่งถ้าแช่ให้เย็นด้วยจะอร่อยยิ่งขึ้น ใครสนใจจะทำรับประทานในครอบครัวหรือทำขาย ก็ได้ ถ้าทำขายก็จะขาย 5 คู่ 10 บาท 

ส่วนผสม
เนื้อมะพร้าวอ่อน (เลือกเนื้อมะพร้าวอ่อนที่มีเนื้อกำลังดี อย่าแข็งหรือไม่มีเนื้อ ที่สำคัญอย่าขูดเนื้อมะพร้าวอ่อนให้ติดเปลือก จะไม่สวย)  1/2 ด้วยตวง
น้ำมะพร้าวอ่อน (ต้องหวานมิฉะนั้นวุ้นจะเปรี้ยว) 1/2 ถ้วยตวง
น้ำดอกมะลิ 1 ถ้วยตวง
ผงวุ้น  1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วยตวง
หัวกะทิ 1/2 ถ้วยตวง
เกลือป่น 1/2 ช้อนชา


วุ้นกะทิ








สูตรขนมหวานไทย : วุ้นกะทิี

     เครื่องปรุง + ส่วนผสม



+ ส่วนผสมตัววุ้น +
* วุ้นผง 2 ช้อนโต๊ะ
* น้ำเปล่า 5 1/2 ถ้วยตวง
* น้ำตาลทรายขาว 1 ถ้วยตวง
* น้ำใบเตย,น้ำกาแฟ หรือสีผสมอาหาร (จะใช้หรือไม่ใช้ก็ได้)


+ ส่วนผสมหน้าวุ้น +
* วุ้นผง 2 ช้อนโต๊ะ
* น้ำมะพร้าว 2 1/2 ถ้วยตวง
* น้ำตาลทรายขาว 1 ถ้วยตวง
* หัวกะทิ 2 1/2 ถ้วยตวง
* แป้งข้าวโพด 2 ช้อนโต๊ะ
* เกลือ 1 1/2 ช้อนชา  





ข้าวหลาม





    ข้าวหลาม เป็นอาหารว่างชนิดหนึ่ง ที่ชาวล้านนานิยมทำรับประทานกันในฤดูหนาว หรือเมื่อได้ข้าวใหม่ ใช้ไผ่ข้าวหลาม หรือไม้ป้างเป็นกระบอกใส่ข้าวหลาม ข้าวหลามแบบชาวบ้าน ใช้ข้าวสารเหนียวกับน้ำเปล่า และเกลือเท่านั้น สำหรับข้าวหลามที่ทำขายกันโดยทั่วไป จะใส่น้ำกะทิ และเติมถั่วดำ หรืองาขี้ม้อน การทำข้าวหลามตามประเพณีนิยมของชาวล้านนา จะเป็นพิเศษ เพื่อถวายพระในวันเพ็ญเดือนสี่ หรือประมาณเดือนมกราคม ซึ่งเป็นการทานร่วมกับการทานข้าวจี่ และข้าวล้นบาตร (มณี พยอมยงค์, 2542, 828; มนตรี อาจหาญ, สัมภาษณ์, 13 กรกฎาคม 2550)

ขนมบัวลอย






+ส่วนผสมบัวลอย+
* แป้งข้าวเหนียว 2 ถ้วยตวง
* เผือกนึ่งสุกบดละเอียด 1 ถ้วยตวง (กรณีต้องการบัวลอยหลายสีสามารถเลือกใช้ฟักทอง เพื่อทำบัวลอยสีเหลือง, ใบเตย เพื่อทำบัวลอยสีเขียว, อื่นๆ)
* น้ำเปล่า 1/4 ถ้วยตวง
+ส่วนผสมน้ำกะทิ+
* กะทิ 2 ถ้วยตวง
* น้ำตาลมะพร้าว 100 กรัม
* น้ำตาลทราย 1 ถ้วยตวง
* เกลือป่น 1 ช้อนชา
* เนื้อมะพร้าวอ่อน, ไข่ (จะมีหรือไม่มีก็ได้)
* งาขาว (สำหรับแต่งหน้า จะมีหรือไม่มีก็ได้)

ขนมจาก




ปกติแล้วขนมชนิดนี้จะได้ทานทุกครั้งที่เพื่อนที่ทำงานกลับมาจากไปเยี่ยมบ้านที่สมุทรปราการ จะต้องมีขนมจากติดไม้ติดมือมาฝากทุกครั้ง แต่เดี๋ยวนี้ไม่ได้เจอเพื่อนมานานแล้วตั้งแต่มาเป็นแม่บ้านเต็มตัว เวลาอยากทานขึ้นมาจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทำทานเอง แต่ไม่ใช่ว่าจะได้ทานบ่อยๆ เพราะหาใบจากแถวย่านบ้านเราไม่มี ต้องโทรไปอ้อนคนอื่นตัดใบจากใส่กล่องส่งพัสดุมาจากที่อื่นทุกทีเลย ต้องขอบคุณเป็นอย่างสูงนะคะ ถ้าไม่ได้ใบจากสงสัยจะต้องเปลี่ยนมาเป็นขนมใบตองแล้วซิ ฮ่าฮ่า ส่วนวิธีทำขนมจากนั้นก็ง่ายๆ มาลองทำกันดีกว่าค่ะ

ขนมครก





สูตรขนมครก ฉบับมืออาชีพ


หลังจากเพื่อนๆหลายท่านได้สั่งซื้อเครื่องทำขนมครกและพิมพ์ขนมครกจากเราไป ก็ให้เป็นห่วงเพื่อนๆยิ่งนักว่าจะทำขนมครกกันได้หรือปล่าวเราเชื่อว่าหลายๆท่านทำเป็นอยู่แล้ว แต่สำหรับท่านที่ยัง งง วันนี้จึงรวบรวมสูตรพร้อมด้วย เคล็ดลับ เทคนิค เอาแบบอ่านจบก็เปิดร้านขนมครกกันได้เลยทีเดียว  และถ้าหากคุณเป็นคนหนึ่งที่มี "ขนมครก" อยู่ในลิสต์ของหวานสุดโปรดแล้วล่ะก็ ขอให้เกาะบันทึกนี้ไว้ให้มั่น.. แล้วสะกิดคนใกล้ตัวชวนกันมาแคะขนมครกกันดีกว่า เพราะวันนี้เรามีสูตรขนมครก มาฝากกัน ขอบอกเลยว่าหน้าตาน่าทานสุด ๆ ส่วนรสชาติจะหอม หวาน มัน ขนาดไหนนั้น ต้องลองไปลงมือพิสูจน์กันแล้วล่ะ....
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก คุณ Three days before Valentine's
สูตร.... ตัวขนมครก ..
แป้งข้าวเจ้าตราชัางสามเศียร  400     กรัม         
แป้งข้าวเหนียวตราช้างสามเศียร  50   กรัม         
น้ำกะทิ  3     ถ้วย         
น้ำร้อนจัด  4  ถ้วย
น้ำปูนใส ๓ ช้อนโต๊ะ (ใครไม่มีน้ำปูนใส ก็เปลี่ยนเป็นหัวกะทิ แต่แป้งขนมครกจะไม่กรอบเท่ากับการใส่น้ำปูนใส)
(ถ้าไม่รีบร้อนก็พักแป้งไว้สักครู่เพื่อให้แป้งอิ่มตัว จะทำให้ได้เนื้อขนมครกนุ่มขึ้น หากไม่พักแป้งไว้เวลาหยอดใส่เบ้าบางทีแป้งจะแตก หรือใครขยันก็นวดแป้งกับกะทิให้นุ่มก่อนค่อยใส่นำ้ลงไปคลายตัวแป้ง การนวดจะช่วยให้แป้งเหนียวนุ่มขึ้น )
สูตร...หน้าขนมครก ..
 หัวกะทิ  3  ถ้วย         
น้ำตาลทราย   2  ถ้วย    
เกลือ  2  ช้อนชา
แป้งข้าวเจ้า ๑/๒ ช้อนชา (จะใช้หรือไม่ก็ได้ หากหัวกะทิของใครไม่ข้นพอก็ใช้แป้งข้าวเจ้าช่วย)
ผสมแป้งข้าวโพด ๑ ช้อนชา คนให้แป้งละลายแล้วตั้งไฟอ่อนๆคนจนแป้งข้น